Moved On

•27.04.2009 • ให้ความเห็น

the world has moved on.

please visit my new site at : http://silent-rebel.net/blog/

A Waste of Time

•12.03.2009 • 1 ความเห็น

Thinking of other people is not a waste of time.

It’s a waste of time when you think it’s a waste of time.

The Last Stand

•12.03.2009 • 2 ความเห็น

ปกติแล้วเวลาเรารู้สึกไม่ดีในเรื่องอะไรก็ตาม เรามักต้องการที่ระบาย

แน่นอนว่าในยุคนี้คงมีน้อยคนที่จะไปหาสมุดมาเขียนระบายความในใจ ในเมื่ออินเตอร์เน็ตอยู่ใกล้แค่เอื้อม สิ่งที่ต้องทำก็แค่โยนความไม่สบายใจในโลกความเป็นจริงทิ้งลงไปในโลกเสมือนซะ

แต่ในวันหนึ่งที่โลกเสมือนใบนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาจนแทบจะเทียบเท่ากับโลกแห่งความเป็นจริง

เสมือนซะจนสร้างปัญหาได้เหมือนโลกจริง

แล้วเราจะไประบายกันที่ไหน

Yellow

•06.03.2009 • 3 ความเห็น

My new room in yellow

ได้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักๆ มาครบแล้ว เอาไว้จัดให้ทุกอย่างเข้าทีเข้าทางแล้วจะถ่ายทั้งห้องมาลงอีกที

Holy Water 2.0

•10.02.2009 • ให้ความเห็น

where is Karma 2.0 ?

A lesson for Separation of Concerns

•30.01.2009 • ให้ความเห็น

ตามปกติแล้วการออกแบบซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่จะแบ่งทั้งระบบให้ออกเป็นโมดูลย่อยๆ โดยจะพยายามให้แต่ละโมดูลนั้นทำหน้าที่เฉพาะทางอย่างใดอย่างหนึ่ง และมีการทับซ้อนกันของหน้าที่ระหว่างโมดูลให้น้อยที่สุด (ตามหลัก Separation of Concerns)

จากการที่ถูกพร่ำสอน (และดุด่า) โดยทั้งอาจารย์และรุ่นพี่ที่ทำงาน ทำให้หลักการข้อนี้แทบจะกลายเป็นภาพโฮโลแกรมลอยเด่นขึ้นมาตรงหน้าเสมอในเวลาทำงาน

แต่ดูเหมือนเพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจนเครื่องฉายพัง หรือหมอกลงจัดจนบดบังทัศนวิสัยก็ไม่ทราบ ทำให้ผมทำพลาดไป

อ่านต่อ ‘A lesson for Separation of Concerns’

Do with your heart, not your equipment

•27.01.2009 • ให้ความเห็น

I do not aim with my hand;
He who aims with his hand has forgotten the face of his father.
I aim with my eye.

I do not shoot with my hand;
He who shoots with his hand has forgotten the face of his father.
I shoot with my mind.

I do not kill with my gun;
He who kills with his gun has forgotten the face of his father.
I kill with my heart.

from The Dark Tower III : The Waste Land

ในนิยายเรื่อง หอคอยทมิฬ หรือ The Dark Tower ของ Stephen King จะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “มือปืน” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนสูงมาก (ฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า gunslinger) ส่วนเก่งขนาดไหน ถ้าใครมีเพื่อนที่เล่นเกมส์แนว Counter-Strike เก่งๆ แบบลากเม้าส์ผ่านก็ยิงโดนหัวแล้วจะนึกภาพออกทันที

แน่นอนว่าการที่จะมีฝีมือขนาดนั้นต้องแลกมาด้วยการฝึกฝนที่แสนจะหนักและโหดร้าย โดยเหล่ามือปืนทั้งหลายจะถูกพร่ำสอน (และตะคอกใส่) ด้วยบทเรียนเดียวกันซึ่งก็คือข้อความที่เขียนไว้ข้างบน และถ้าอ่านเรื่องนี้ไปจะเข้าใจว่ามันหมายถึง “กระบี่อยู่ที่ใจ” นั่นเอง เพราะถ้ามัวแต่ช้าพะวงอยู่กับเรื่องปืนละก็โดนเก็บก่อนแน่นอน (สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน มือปืนเรื่องนี้สู้กับพ่อมดปีศาจนะครับ ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผมสนใจตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านเรื่องย่อด้วยซ้ำ) ฉะนั้นจึงต้องฝึกจน มือเล็งไปตามที่ตามองโดยอัตโนมัติ และไกลั่นไวเท่าใจสั่ง เพียงเท่านี้แค่คิดจะสังหารอะไรเป้าหมายก็ตายตั้งแต่กระแสประสาทเริ่มวิ่งแล้ว

ในชีวิตจริงเราอาจจะไม่ต้องฝึกให้ได้ขนาดนั้น แค่ระลึกได้อยู่เสมอว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม “ใจ” เราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะกำหนดเป้าหมายของเรา อย่าให้ “กระบี่” มาตัดสินแทนได้เด็ดขาด

เขียนไว้เตือนใจตัวเองซะหน่อย ช่วงนี้ยึดติดกับ “กระบี่” มากไปนิดนึง

1,234 th tweet

•18.01.2009 • ให้ความเห็น
1,234 th tweet

1,234 th tweet

just 11,111 more tweets to reach 12,345 !!

Trust + Lie = Faith

•14.12.2008 • ให้ความเห็น

ช่วงนี้มีประเด็นข่าวในวงการเพลงเรื่อง เพลง Viva La Vida ของวง Coldplay นั้นไปลอกบางส่วนจากเพลง If I Cloud Fly ของมือกีต้าร์ระดับเทพอย่าง Joe Satriani และทางเจ้าของผลงานก็ฟ้องกลับแต่ดันเป็นช่วงที่กำลังจะประกาศผลรางวัลแกรมมี่อวอร์ดพอดี (ลองหาในกูเกิลดูด้วยชื่อของทั้งคู่จะเจอเว็บเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก) เลยเกิดประเด็นขึ้นมากมายว่า Coldplay จะจงใจลอกงานที่ดังระดับโลกจริงหรือ กับ Joe Satriani จะฟ้องเพื่อเอาชื่อเสียงหรือเปล่า

จากคำถามตะกี้เลยได้ประเด็นไปคิดต่อว่า ถ้า Coldplay เกิดเป็นวงหน้าใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก หรือตา Joe ก็เป็นโยดาคอยแต่สอนลูกศิษย์อยู่ที่ดาวอังคาร ผลจะออกมาเป็นยังไง … ก็ไม่ต้องคิดมากให้ปวดหัว กรณีแรกคนส่วนใหญ่ก็จะประนามว่าไอ้วงนี้ลอกชัวร์ ส่วนกรณีหลัง Coldplay ก็จะพ้นข้อสงสัยอย่างสบายๆ วงดังๆ อย่างชั้นจะไปลอกงานศิลปินโนเนมทำไม

แต่นั่นเป็นเพียงแค่ความนึกคิดของเราๆ ที่ถูกชื่อเสียงของคนที่เรามองนำทางให้คิดกันไปเท่านั้น หาใช่ความจริงไม่

ถ้าเกิด Coldplay จงใจลอก หรือ Joe ตั้งใจจะเผา (หรือโดนวานมาอีกที) ชื่อ Coldplay ทิ้งก่อนงานประกาศรางวัลจริงๆ ใครจะไปรู้ได้ นอกจากเจ้าตัว

เราจะเชื่อได้แค่ไหนว่าคนที่ดีมานาน จะไม่ทำเรื่องอะไรแย่ๆ

เราจะเชื่อได้แค่ไหนว่าคนที่ดีมานาน จะไม่เพิ่งโกงกินชาติ

เราจะเชื่อได้แค่ไหนว่าคนที่ดีมานาน จะไม่หักหลังประเทศที่เขา (ดูเหมือนจะ) รัก

เราเชื่อได้แค่ไหน ?

Money can buy everything

•08.11.2008 • 1 ความเห็น

ใครว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้

มันขึ้นอยู่ที่่ว่า “ความสุข” นั้นคืออะไรต่างหาก เช่น

เอาเงินไปบริจาคบ้านเด็กพิการซ้ำซ้อนแล้วรู้สึกสบายใจ แสดงว่าความสุขคือการให้

เอาเงินมาซื้อ iPhone ให้ตัวเองใช้แล้วรู้สึกดี แสดงว่าความสุขคือการได้รับ

แต่

การลงทุนใดๆ ย่อมมีผลกำไรในระยะยาว ฉะนั้นมาลองดูว่าสองกรณีข้างบนจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป

หลังจากบริจาคแล้วไม่มีอะไรต้องกังวล กลับบ้านไปเล่าให้คนในครอบครัวฟัง ทุกคนก็พลอยได้รับความสุขตามไปด้วย

หลังจากซื้อ iPhone แล้ว ระหว่างทางกลับบ้านก็กล้าๆ กลัวๆ จะเอาออกมาใช้เลยดีมั้ย คนจะหมั่นไส้หรือเปล่า หันหลังไปดูมีใครเดินตามมาจะขโมยมั้ย เอ๋ ถ้าไม่ติดกันรอยจะไปไรมากหรือเปล่า

จะเห็นว่าอย่างหลังแทนที่จะมีกำไรเป็นความสุขกลับกลายเป็นขาดทุนด้วยความทุกข์แทน

ฉะนั้นคำว่า เงินซื้อความสุขไม่ได้ ควรเปลี่ยนเป็น การลงทุนซื้อความสุขด้วยเงินมีความเสี่ยง แทนน่าจะดีกว่านะ